“ช้างเหล็ก” รวบนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์สู้ Covid-19 ให้สถาบันการแพทย์ใช้งานจริงแล้ว 70 %

คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนานวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ ช่วยเหลือด้านการแพทย์ ตลอดจนผู้ป่วย ในช่วงไวรัส Covid-19 แพร่ระบาด ภายใต้การทำงานร่วมกันของสภาคณบดี  คณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย สมัยที่ 42 นอกเหนือจากนี้ยังมีคณาจารย์ และนักวิจัยของคณะวิศวกรรมศาสตร์  จากมหาวิทยาลัยเครือข่ายสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยทั่วประเทศ ร่วมทำภารกิจ สร้างนวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ ช่วยเหลือด้านดังกล่าว การดำเนินกิจกรรมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยมูลนิธิ/สมาคมนักศึกษาเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความคืบหน้า ล่าสุด ณ วันที่ 23 เมษายน 2563 ภารกิจสำเร็จนำไปใช้งานจริง และประจำการแล้ว 70% จาก 5 แผนดำเนินงานหลัก คือ สร้างหุ่นยนต์หุ่นยนต์ขนส่งในตึกผู้ป่วย “CMU Aiyara Robot” ส่งอาหาร ยา รวมถึงเก็บเสื้อผ้าใช้แล้วของผู้ป่วย การตั้งกลุ่มวิศวกรอาสาพหุภาคีเพื่อให้คำปรึกษา ควบคุมงาน การประดิษฐ์อุปกรณ์ลดความเสี่ยง swab ปาก/ลำคอผู้ป่วย พร้อมการ์ดป้องกันเชื้อระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย และต้นแบบอุปกรณ์กักกันเชื้อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ท้ายสุด คือ การประดิษฐ์ตู้อบด้วยไวโอเลต หรือ ยูวี

ทีมประดิษฐ์ CMU Aiyara Robot

ภารกิจแรกที่นำไปใช้จริง คือ “หุ่นยนต์ขนส่งในอาคารผู้ป่วยฟื้นฟูสภาพ: CMU Aiyara Robot” คณะทำงาน นำโดยรองศาสตราจารย์ ดร.ธีระพงษ์ ว่องรัตนะไพศาล สังกัดภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล พัฒนานวัตกรรมลดการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยในโรงพยาบาล จำแนกการดูแลรักษาเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มติดเชื้อ และกลุ่มเสี่ยงที่ต้องสังเกตอาการ หุ่นยนต์ประเภทแรกใช้กับกลุ่มเสี่ยง หน้าที่หลัก คือ ส่งอาหาร ยา แก่ผู้ป่วย ตรวจวัดอุณหภูมิ และอาการ นอกจากนี้ยังเก็บภาชนะเดิม รวมถึงเสื้อผ้าใช้แล้ว หรือขยะออกจากห้องผู้ป่วย หุ่นยนต์เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 3 – 4  กม./ ชม. ใช้รีโมทควบคุม พร้อมจอมอนิเตอร์ เพื่อสื่อสารโดยเห็นหน้ากันได้ ระหว่างผู้ป่วยกับทีมแพทย์ และพยาบาลผ่านอินเตอร์คอม ซึ่งทีมพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทดสอบCMU Aiyara Robot เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563 จากนั้นทีมงานจึงปรับหุ่นยนต์ตามข้อเสนอแนะ พร้อมเข้าประจำการ ณ หอผู้ป่วยโรคปอดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2563


ส่วนหนึ่งของวิศวกรอาสาพหุภาคี

ภารกิจที่ 2 “การตั้งกลุ่มวิศวกรอาสาพหุภาคี” โดยคณาจารย์ นักศึกษาเก่าที่เป็นวิศวกรวิชาชีพ ให้คำปรึกษา  ร่วมออกแบบห้อง หรืออุปกรณ์  การแพทย์ แบ่งเป็น 2 เนื้องาน ได้แก่ การปรับปรุงห้องห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ (Negative Pressure Room for Emergency Department) หรือ Emergency Room for COVID: ERC และ ให้คำแนะนำระบบอากาศ และแนะนำเรื่องการใช้ UVC ของตู้พ่นยาความดันลบสำหรับเด็กด้วย

สำหรับห้อง ERC เป็นห้องกักกันเชื้อ และระบายอากาศที่บำบัดสกัดเชื้อก่อนปล่อยออกไป (Negative Pressure Room) ขนาดประมาณ 100 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วยห้องผู้ป่วย 4 ห้อง และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วย ขั้นรุนแรง ซึ่งจำนวนอาจมากกว่าห้องพักฉุกเฉินที่โรงพยาบาลมีอยู่ ทีมงานประกอบด้วย คุณวิวรรธน์ พงษ์เรืองเกียรติ มช. รหัส 23 สาขาวิศวกรรมโยธา (Gear 11) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยศธนา คุณาทร อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มช.รหัส 31 (Gear 19) คุณสมศักย์ อัตประชา มช. รหัส 30 สาขาวิศวกรรมเครื่องกล (Gear 18) คุณธนวัช โพคะรัตน์ศิริ มช. รหัส 39 สาขาวิศวกรรมโยธา (Gear 27)  และวิศวกรอาสาจากสมาคมนักศึกษาเก่าวิศวฯ มช. โดยมูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสมาคมนักศึกษาเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมสมทบทุนบริจาคครานี้ด้วย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 เวลา 11.00 น. คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐ วรยศ และ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ ได้เปิดโครงการก่อสร้างห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ: ERC อย่างเป็นทางการ ณ โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่

กระบวนการสร้าง ERC ทั้งทีมงานทางวิศวกรรม และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องหารือ และตัดสินใจร่วมกันด้วยข้อจำกัดด้านเวลาเพียง 21 วัน นับแต่วันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา อีกทั้งมุ่งหวังให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการของผู้ใช้มีความเหมาะสม ทั้งยังสะดวกต่อการใช้งานจริง มีระบบการทำงานที่ปลอดภัยใช้มาตรฐานเดียวกับ Clean Room วัสดุที่ใช้ก่อสร้างสามารถทำความสะอาดได้โดยสะดวก และจัดหาได้ในช่วงเวลาอันสั้น กำหนดการแล้วเสร็จ พร้อมใช้งานในวันที่ 25 เมษายน 2563


ตู้พ่นยาความดันลบสำหรับเด็ก

อีกหนึ่งเนื้องาน คือ การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำตู้พ่นยาความดันลบสำหรับเด็ก ใช้หลักการทำงาน เรื่องการระบาย ถ่ายเทอากาศอย่างปลอดภัย คณะที่ปรึกษา ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยศธนา คุณาทร อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มช.รหัส 31 (Gear 19)  คุณสมศักย์ อัตประชา มช. รหัส 30 สาขาวิศวกรรมเครื่องกล (Gear 18) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัชวาลย์ ชัยชนะ พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.ยุทธนา โมนะ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล นอกจากนี้ ยังมี คุณวิวรรธน์ พงษ์เรืองเกียรติ ให้คำแนะนำระบบอากาศ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มานะ แซ่ด่าน ให้คำแนะนำเรื่องการใช้ UVC ด้วย

ภารกิจที่ 3 การประดิษฐ์ต้นแบบอุปกรณ์กักกันเชื้อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ประกอบด้วย นวัตกรรม 3 ชิ้น คือ ต้นแบบเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบความดันลบ มุ้งความดันลบสำหรับกักกันเชื้อจากเตียงผู้ป่วย และ  ตู้ Swab สำหรับการเก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อ โดยอุปกรณ์ต้นแบบทั้ง 3  มีกล่องดูดอากาศและฆ่าเชื้อด้วยแสง UVc แล้วกรองด้วย HEPA ก่อนปล่อยสู่อากาศ เพิ่มความปลอดภัยให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงาน ลดการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคออกจากผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ แนวทางการออกแบบคำนึงถึงทิศทางการไหลของอากาศ ตลอดจนอัตราการแลกเปลี่ยนอากาศให้ถูกต้อง ตามหลักการสากลที่กำหนดโดยสมาคมวิศวกรรมปรับอากาศ ทีมวิจัยประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัชวาลย์ ชัยชนะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วงกต วงศ์อภัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประพันธ์ ศิริพลับพลา รองศาสตราจารย์ ดร.กลยุทธ ปัญญาวุธโธ อาจารย์ ดร.ยุทธนา โมนะ พร้อมด้วยนักวิจัย รวมถึงนักศึกษาสาขาวิศวกรรมเครื่องกล


ต้นแบบเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบความดันลบ มุ้งความดันลบสำหรับกักกันเชื้อจากเตียงผู้ป่วย
และตู้ Swab สำหรับการเก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อ

ทีมจัดทำการ์ดป้องกันเชื้อ

            ภารกิจถัดมา คือ การ์ดป้องกันเชื้อระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย คณะวิศวฯ มช.โดยภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลได้รับการร้องขอจากศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ จำนวน 2 ตัว และศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ จำนวน 2 ตัว ซึ่งหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย ฟองสมุทร มอบหมายให้วิศวกร นายนรเศรษฐ์ บานนิกุล พร้อมทีมงาน ได้แก่นางสาวอาภัสรา คร้ายณรงศ์ นายณฐพล ทองสอน และนายอัศวิน ปศุศฤทธากร รับผิดชอบออกแบบ ผลิตต้นแบบซึ่งทำจากอะคริลิก โดยส่งมอบและติดตั้งให้ทั้งสองศูนย์ ฯ ใช้งานจริงแล้วเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา นอกเหนือจากนี้ยังมีอุปกรณ์ swab ปาก/ลำคอผู้ป่วย ที่พัฒนาต่อยอดจากประเทศจีน ลักษณะคล้ายหน้ากากทำจากอะคริลิก ใช้กดลิ้น เพื่อเก็บสารคัดหลั่งในช่องปากของผู้ป่วย ซึ่งส่งมอบไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้นำไปใช้งานจริง อนึ่ง อุปกรณ์ทั้งสองอย่างมีประโยชน์เพื่อลดความเสี่ยงที่ทั้งผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ต้องสัมผัสกัน




อุปกรณ์ swab ปาก/ลำคอผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม ยังเหลืออีกเพียงไม่กี่ภารกิจที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. ตั้งใจมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน คาดว่าการรายงานครั้งต่อไปจะถือเป็นการสำเร็จความมุ่งมารถปรารถนาของเหล่าช้างเหล็กโดยสมบูรณ์ และถูกนำไปใช้งานจริง 100% โดยเกิดประโยชน์ด้านการแพทย์ และสามารถทำให้ทุกภาคส่วนฝ่าวิกฤติการณ์นี้ด้วยดีไปพร้อมกัน

Number of View :401

Comments

comments