ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม แต่ใจเดียวกัน วิศวฯ มช. ลุยแม่จัน ดัน BLUE lab Thailand จับมือ ม.มิชิแกน ช่วยแก้ปัญหาจากภัยน้ำป่า

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัดกิจกรรมบริการวิชาการสู่ชุมชนร่วมกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน BLUE lab Thailand, University of Michigan, USA เพื่อให้คณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษาของทั้งสองฝ่ายร่วมกันศึกษาปัญหา พร้อมหาแนวทางแก้ปัญหาให้กับประชาชนในท้องที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย กระตุ้นแนวคิดในการพัฒนางานวิจัยที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการให้บริการวิชาการสู่ชุมชน ทั้งยังถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน พัฒนาให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ตลอดจนฝึกการทำงานเป็นทีมในภาวะต่างวัฒนธรรมต่างภาษาโดยมีกิจกรรมในการบริการวิชาการสู่ชุมชนในระหว่างวันที่ 3 – 31 พฤษภาคม 2560 และลงพื้นที่ชุมชนเพื่อวิเคราะห์ความต้องการอย่างแท้จริง

โครงการดังกล่าวมีแผนดำเนินกิจกรรมหลัก 5 ส่วน โดยสัปดาห์แรกหลังจากนักศึกษา University of Michigan (UM) มาถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมโดยมีคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ณัฐ วรยศ เป็นประธานในพิธีกล่าวต้อนรับและเปิดงานอย่างเป็นทางการ จากนั้นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และนักศึกษา UM ที่เข้าร่วมโครงการร่วมกันวางแผนการดำเนินกิจกรรม ภายใต้การดูแลของผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรม และเครือข่าย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ชินพัฒน์ บัวชาติ พร้อมด้วยอาจารย์ ดร.ภาสกร แช่มประเสริฐ หัวหน้าโครงการฯ โดยมีกลุ่มวิจัย OASYS Research Group ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เป็นพี่เลี้ยงและอำนวยความสะดวกในตลอดกิจกรรม

คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เอ่ยถึงที่มาของ BLUE lab Thailand โครงการครั้งนี้เกิดจาก  ความต้องการที่ตรงกันของทั้งสองฝ่าย คือ ให้นักศึกษานำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ โดยทาง UM อยากให้เป็นการนำไปใช้ในต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ซึ่งก่อนหน้าจะเป็น BLUE lab Thailand คณะฯ เคยนำนักศึกษาของ UM มาร่วมโครงการแลกเปลี่ยน และเราก็นำนักศึกษาของเราไปศึกษาดูงานที่มิชิแกน”

Blue lab ทำโครงการร่วมกับต่างชาติมา 6-7 ปี ต่อเนื่อง และยิ่งทำเรื่อย ๆ เขายิ่งเห็นและรู้ว่าตัวเขามีศักยภาพ มีความสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของชุมชนได้ ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะเห็นภาพการทำงานระยะยาวของนักศึกษาต่างชาติกับ มช. ซึ่ง สามารถขยายผลได้อย่างยั่งยืน

รูปแบบของโครงการ นักศึกษาต่างชาติจาก UM เข้ามาทำงานอาสา โดยมีคณะวิศวฯ เป็นผู้แทน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ทำหน้าที่เจ้าบ้าน (Host) ซึ่งปีนี้เป็นหนแรก แต่ก่อนหน้านั้นทางมิชิแกนเคยมาทำการสำรวจพื้นที่แล้ว ทั้งที่แม่จัน กรุงเทพ และบ้านแม่กำปอง แต่สุดท้ายก็พบว่าแม่จันน่าสนใจที่สุด วัตถุประสงค์การมาเยือนก็เพื่อหาความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่แม่จันว่ามีปัญหาอะไรบ้างที่นักศึกษาจะพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือได้ ระยะเริ่มต้นนี้เป็นสัปดาห์ของการเรียนรู้จาก มช. เรียนรู้แม่จัน ว่าสภาพทางกายภาพเป็นอย่างไร เมื่อเดินทางไปแล้วจะไปพบอะไรบ้าง ขนาดของเมือง ทำไมแม่จันถึงน่าสนใจ จากนั้นจะไปแม่จัน 5 วัน พบผู้แทนชุมชน นายอำเภอผู้แทนโรงพยาบาล นายกรวมถึงรองเทศมนตรี ผู้แทนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบล (ปภ.) ให้พยายามค้นพบปัญหาของแม่จันคืออะไรอาจารย์ ดร.ภาสกร แช่มประเสริฐ กล่าวเสริม

สัปดาห์ที่สองเป็นช่วงเวลาของขาลุย อาจารย์ ดร.ภาสกร ผู้เป็นทั้งหัวหน้าโครงการ และกลุ่มวิจัย OASYS นำทีมลงสำรวจพื้นที่ชุมชนเพื่อวิเคราะห์ความต้องการ ณ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายเข้าพบปะ พูดคุยกับชาวบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ  รวมถึงวิทยากรจากหลายภาคส่วน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนางานวิจัยนวัตกรรม มากไปกว่านั้นทุกคนยังร่วมสร้างฝายทดน้ำ และปลูกป่าที่หมู่บ้านจะพือ ตำบลป่าตึงด้วย

ครานี้ได้รับความร่วมมือจาก “คน” ของหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คุณรัฐภูมิ อยู่พร้อม อาสาแห่งประเทศไทย ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ 1,500 ไมล์ ซึ่งทำงานอาสาของประเทศไทย อันประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ถ่ายทอดแนวคิดในการทำกิจกรรมอาสาเพื่อชุมชน สร้างแรงบันดาลใจเพื่อทำงานบริการสังคมจากความรู้ความสามารถ คุณสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่จันทำหน้าที่บรรยายเกี่ยวกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ สภาพปัญหาทั่วไปของประชาชนในแม่จัน โดยชี้ให้เห็นว่าเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติ เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี มีรอยเลื่อนที่พาดผ่าน ทั้งยังประสบปัญหาฝุ่นควัน ปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชน

นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายท่านที่พร้อมใจเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ อาทิ นายกเทศมนตรีตำบลแม่จัน คุณปิยนุช ไชยกุล และรองนายกเทศมนตรีตำบลแม่จัน คุณเสกสรรค์ จันทร์ถิระติกุล  ผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ แนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกับชุมชน บุคลากรโรงพยาบาลแม่จัน ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถิติผู้ป่วยในอำเภอ และปัญหาอันส่งผลต่อสุขภาพประชาชน ขั้นตอน แนวทางในการดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งที่เป็นคนไทยและต่างชาติ เพราะประชากรแม่จันมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม คุณนคร คำเปี้ย หัวหน้าส่วนงาน ปภ.เทศบาลตำบลแม่จัน สาธิตการทำงานของงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่น การตรวจวัดข้อมูลน้ำจากสถานีตรวจวัดน้ำอัตโนมัติแบบโทรมาตรขนาดเล็ก (MixKey) ที่กลุ่มวิจัย OASYS พัฒนาและนำไปติดตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2555, การทำความสะอาดท่อระบายน้ำในพื้นที่ พร้อมนำทีม BLUE lab Thailand ลงสำรวจแม่น้ำจัน และท่อระบายน้ำจากตัวเมืองลงเหมืองไชยบุรีจนลงสู่น้ำจัน ทำให้พบว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัวเมืองแม่จันเกิดน้ำท่วมขังเพราะมีสิ่งของไปอุดตันอยู่ภายในท่อ จึงไม่สามารถระบายน้ำได้โดยสะดวก ก่อเกิดน้ำท่วมเอ่อในตัวเมืองในที่สุด

 

คุณปัญญา จันโชค ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ แก่เหมือง-ฝาย ลำน้ำแม่จัน ผู้มีประสบการณ์เปิดปิดประตูฝายมากว่า 20 ปี เผยว่าแม่จันมีรูปแบบในการบริหารจัดการการใช้น้ำจากลำน้ำจันแบบระบบเหมืองฝาย มีการปล่อยน้ำเข้าสู่พื้นที่การทำการเกษตร และสาธิตการเปิดปิดประตูฝายซึ่งแต่ละครั้งใช้เวลานานโดยจะทำให้อยู่ในระดับที่ต้องการ แต่ก็ยังมีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่ต้องปล่อยในแต่ละครั้ง นอกเหนือจากคนในท้องที่ อาจารย์ ดร.ภาสกร ได้บรรยายเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล, การพัฒนาเครื่อง MixKey และการทำงานบริการวิชาการสู่ชุมชนในหนนี้ด้วย

เมื่อพบปัญหาตั้งแต่ต้นตอในสถานที่จริงจากระยะเวลาก่อนหน้าแล้ว สัปดาห์ที่สาม หรือ Expert week ก็เริ่มขึ้น กลุ่ม BLUE lab Thailand เข้าพบคณาจารย์ของคณะวิศวฯ ผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน เพื่อปรึกษาหารือ และรับฟังการบรรยายถึงประเด็นที่น่าสนใจ รองศาสตราจารย์ดร.ขจรศักดิ์ โสภาจารีย์ (ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม) ให้ความรู้เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศของจังหวัดเชียงใหม่, เครื่องมือการวัดฝุ่นควันและการอ่านค่าฝุ่นควัน และการติดตั้งสถานีวัดอากาศที่คณะฯ รองศาสตราจารย์ดร.จักรพงศ์ นาทวิชัย (ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Data Privacy และ Data Information System in Thailand ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ชัชวาลย์ ชัยชนะ (ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล) พูดถึงเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน (Energy Conservation), พลังงานทดแทน (Renewable Energy), พลังงานชีวมวล (Biomass) และการทำงานด้านการอนุรักษ์พลังงานในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ปฏิรูป ผลจันทร์ (ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม) ส่งต่อองค์ความรู้มลพิษทางน้ำ, การบําบัดของเสียด้วยกระบวนการชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพในการบําบัดและจัดการของเสีย และปิดท้ายด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.มานพ แก้วโมราเจริญ (ภาควิศวกรรมโยธา) บรรยายถ่ายทอดเกี่ยวกับปัญหาน้ำเสียคลองแม่ข่า และแนวทางการพัฒนาคลองแม่ข่า, ระบบการขนส่งสาธารณะของประเทศไทยและจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทั้งหมดเป็นดั่งเข็มทิศชี้ให้ค้นพบนวัตกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่เป้าหมายมากที่สุด

สัปดาห์ที่สี่ ทุกคนกลับไปยังพื้นที่อำเภอแม่จันอีกครั้ง เพื่อเก็บข้อมูลภาคสนามตามหัวข้อที่ได้จากการสำรวจความต้องการเมื่อครั้งก่อน โดยกลุ่มนักศึกษาต่างชาติ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้บันทึกข้อมูลตำแหน่ง รวมถึงขนาดของท่อระบายน้ำ แผนผังการวางทางท่อในพื้นที่เทศบาลตำบล  แม่จัน ดูการทำงานของงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในการขุดลอกและล้างท่อระบายน้ำพร้อมเสนอ ทั้ง 4 ประเด็น ที่ BLUE lab Thailand จะนำไปพัฒนา คือ

  1. วิธีกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่ระบบระบายน้ำ
  2. วิธีป้องกันไม่ให้เศษขยะเข้าสู่ระบบระบายน้ำ
  3. วิธีการกำจัดเศษขยะขนาดใหญ่ และเศษตะกอนออกจากท่อ
  4. วิธีทุ่นแรงในการเปิดปิดประตูน้ำให้เร็วขึ้น

หัวหน้าโครงการเล่าถึงภาพของการลงพื้นที่ “เด็ก ๆ ต่างชาติ เขามีจิตใจดี พร้อมทำงานอาสาเพื่อชุมชนแก่ประเทศที่ต้องการ ผ่านการเรียนรู้ในวิถีชีวิต และสถานที่จริง ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำไปเดินป่า หาต้นน้ำ ไปหาคำตอบว่าน้ำสะอาดเกิดขึ้นได้อย่างไร ไปปลูกป่า พูดคุยกับทุกส่วนว่าปัญหาคืออะไร ได้เรียนรู้การบริหารจัดการปัญหาน้ำป่าของแม่จัน ได้เห็นทางน้ำ เห็นว่าน้ำท่วม เกิดได้อย่างไร ทุกคนพร้อมลุย เขาลงไปในท่อ พบว่าระบายน้ำไม่ทัน นี่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่หายาก แม้กระทั่งเราเองยังรู้สึกว่าได้ทำแบบนี้ด้วย ได้นั่งรถทหารไปปลูกป่า ท้ายที่สุดก็เกิดความประทับใจ

นักศึกษาวิศวฯ ก็เข้าประกบ ทำหน้าที่เป็นล่าม พยายามอำนวยความสะดวก ซึ่งตรงนี้น่าจะได้ประโยชน์มาก ทั้งด้านภาษา อังกฤษ ไทย แม้กระทั่งคำเมือง ได้เรียนรู้วัฒนธรรม วิธีคิดของต่างชาติ และสากล ว่าทำงานอาสาอย่างเป็นขั้นตอนนั้นทำอย่างไร เพราะทุกอย่างไม่ใช่หนังสั้นม้วนเดียวจบ ส่วนคณาจารย์ ก็ได้ประโยชน์ด้านงานวิจัย ได้เห็นภาพของการทำงานร่วมกันระหว่างนักศึกษาเรา และต่างชาติ และพยายามเอางานวิจัยของเราไปต่อยอด นักศึกษาได้นำความรู้ที่เราสอนไปใช้ ห้เกิดประโยชน์ ในแง่จริง และเป็นประโยชน์แก่การเรียนการสอนของเราเองด้วย”

สัปดาห์สุดท้าย ก่อนจะกลับไปพัฒนานวัตกรรมตามโครงการในประเด็นที่สนใจและตอบโจทย์ความต้องการชุมชน นักศึกษาจากมิชิแกนนำเสนอประเด็นและผลลัพธ์ที่ได้จากการทำกิจกรรมตลอดระยะเวลา 1 เดือน ต่อ รองศาสตราจารย์ดร.อาวรณ์ โอภาสพัฒนกิจ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและรับใช้สังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมรับคำแนะนำ และคำชื่นชมในแนวคิด รวมถึงกระบวนการในการถ่ายทอดกิจกรรมบริการวิชาการที่ใช้องค์ความรู้ยังประโยชน์สู่ชุมชน ตลอดจนนำเสนอผลการทำงานลงพื้นที่อำเภอแม่จันแก่ ผู้อำนวยการโครงการเครือข่าย สวทช.ภาคเหนือ คุณปิยะฉัตร ใคร้วานิช เบอร์ทัน ก่อนเสนอผลงานในพิธีปิดโครงการ ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์

นับได้ว่า BLUE lab Thailand บรรลุความตั้งใจที่แท้จริงของโครงการฯ เมื่อมองในภาพรวมทั้งผู้เข้าร่วมชาวต่างชาติ คณาจารย์ และชาวบ้านในอำเภอแม่จัน Mr.Alexander Atkinson นักศึกษา UM กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้มาทำงานอาสาในต่างแดน “ผมรู้สึกยินดีมากที่ได้มาที่นี่ ก่อนเดินทางผมกังวลนิดหน่อย เพราะนี่เป็นโครงการใหม่ของเรา ผมไม่แน่ใจเลยว่าเราจะช่วยชาวบ้านได้อย่างไร เราจะปรับตัวและเข้ากับกลุ่ม OASYS และแม่จันได้อย่างไร แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ได้สอง-สามสัปดาห์ผมว่ามันผ่านไปได้แจ๋วเลย ผมรู้สึกดีกับผู้ร่วมงานทุกคน และตื่นเต้นมาก ส่วนโปรเจคนวัตกรรม ทีเราจะทำนั้นก็คิดว่าดำเนินไปได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเราได้เห็นปัญหาจริง และพอจะมีแนวทางว่าเราจะช่วยเขาอย่างไร”

          Miss Allison Chang นักศึกษาปี 1, มหาวิทยาลัยมิชิแกน –ในห้องเรียนเราได้รู้เรื่องศาสตร์พื้นฐาน องค์ความรู้หลัก ๆ แต่ตอนที่เรามาเป็นทีมที่นี่เราต้องทำความเข้าใจว่าวิศวกรสาขาอื่นเขามีกระบวนการทำงานอย่างไรบ้าง และเมื่อได้ลงพื้นที่จริงทำให้ฉันรู้สึก และเข้าใจว่าเราจะประยุกต์ศาสตร์ของวิศวกรรมมาใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างไร แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญความสามารถของตน เห็นได้ชัดว่าวิศวกรสาขาอื่น ๆ เขาได้นำความรู้ของเขาไปยังประโยชน์ อย่างไรบ้าง”

          Mr.Thanasarn Tantivirun นักศึกษา UM, ชาวไทยผู้ร่ำเรียนในสหรัฐอเมริกามาแล้ว 7 ปี เปิดเผยถึงการเข้าร่วมโครงการ “ผมรู้สึกว่าโชคดีมากที่ BLUE lab เลือกบ้านเกิดของผมเป็นพื้นที่ ดำเนินโครงการ ผมมีความตั้งใจอยากนำความรู้ที่ผมเรียนมาส่งต่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชน และทำให้ชีวิตของชาวบ้านดีขึ้น ผมมีภาพที่ชัดเจนว่าตัวเองจะเป็นวิศวกรตั้งแต่อายุ 13 ปี โดยมีสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแรงบันดาลใจสำหรับผม รู้สึกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของ BLUE lab Thailand ทำให้ผมได้พบกับชาวบ้าน และยิ่งเข้าใจว่าเราจะทำงานในชีวิตจริงได้อย่างไร ทีมงานของโครงการทาง มช.ก็มีคุณค่ามาก เพราะเขาทำให้เราได้เจอบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับงานของเราจริง ๆ มากกว่านั้นผมรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์แก่คนรอบข้าง เพราะได้ทำให้คนต่างชาติ ต่างภาษาเข้าใจกันโดยมีผมช่วยสื่อสาร

          ผมอยากกลับมาช่วยประเทศของผม ผมเป็นนักศึกษาเอกสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าด้วย ผมเห็นว่าเชียงรายมีปัญหามลภาวะทางอากาศ พอมาที่ มช.ผมได้ทำงานเกี่ยวกับตัวตรวจวัดฝุ่น และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปคาดคะเนในการทำงานที่แม่จัน นี่คือตัวอย่างที่นำไปประยุกต์ใช้จริง ในห้องเรียนคณาจารย์ ผู้เชียวชาญที่วิศวฯ มช.ก็เปิดกว้าง และเป็นกันเองมาก เขาสอนว่าผมควรจะดำเนินการอย่างไร ผมได้ลงไปดูในท่อระบายน้ำ พบว่ามีถังขนาดใหญ่ติดอยู่ กระบวนการทางวิศวกรรมทั้งหมดที่ได้เรียนรู้ สร้างแนวคิดชัดเจนแก่ผม จนนึกภาพออกว่าจะวาดแบบจำลองสามมิติของนวัตกรรมนั้นอย่างไร จะแปลความคิดของผม เป็นตัวอักษรลงไปในกระดาษจริง ๆ อย่างไร และเราจะสื่อสารกับชาวบ้านอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร”

นักศึกษาชมรม BLUE lab Thailand, University of Michigan ตั้งใจทำโครงการฯ อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ปีแรกนี้เป็นการสำรวจหาความต้องการของชุมชน ปีต่อไปเป็นการพัฒนาตัวนวัตกรรมให้เกิดขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง ส่วนท่านที่ต้องการติดตามบรรยากาศ หรือ ความคืบหน้าจากทีม BLUE lab Thailand, สามารถเข้าชมผ่านทาง Facebook Fanpage: bluelabthailand และ www.bluelabthailand.wordpress.com        

 

กิจกรรมในครั้งนี้ลุล่วงอย่างราบรื่น ด้วยการสนับสนุนจากหลากพันธมิตรทั้งภายใน และนอกคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช., University of Michigan สหรัฐอเมริกา, ห้องวิจัย OASYS Research Group, โครงการเครือข่าย สวทช.ภาคเหนือ, นายอำเภอแม่จัน, เทศบาลตำบลแม่จัน, งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลแม่จัน, โรงพยาบาลแม่จัน, กลุ่มผู้ใช้น้ำแก่เหมืองแก่ฝายน้ำจัน เหนืออื่นใด คือ ท้ายที่สุดชุมชนแม่จันจะได้รับนวัตกรรมที่ผ่านการกลั่นกรองตามที่ต้องการ ซึ่งถือเป็นการบรรลุวัตถุประสงค์สูงสุด พร้อมนั้นชาวบ้านก็มีความสุขกับนวัตกรรมที่ชุมชนต้องการอย่างแท้จริง

 

 

Number of View :908

Comments

comments